ปั่นจักรยาน ถ้าจะให้สนุกต้องปั่นเป็นกลุ่ม เพราะเราจะได้เรียนรู้ถึงความช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่มด้วย เช่น เทคนิคการปั่น การดูแลรักษารถ อุปกรณ์ต่าง ๆ ของจักรยาน ได้เพื่อนฝูง ได้สังคมของคนปั่นจักรยาน แรกเริ่มเดิมทีนั้นผมกับกลุ่มหิ่งห้อยไม่รู้จักกัน ได้แต่ขี่ผ่านกันไปผ่านกันมา ทักทายสวัสดีกันบ้างตามประสาชาวจักรยาน ด้วยที่เวลาเจอกันส่วนใหญ่เป็นตอนเช้ามืด จึงมองเห็นหน้ากันแบบไม่ค่อยชัดเท่าไร มาวันหนึ่งผมได้ทักทายกับลุงเบี้ยว หนึ่งในสมาชิกชมรม ก็ได้ทักทายสอบถามพูดคุยกับลุง ได้ข่าวว่าปั่นกันทุกวัีนวันละประมาณ 20 กิโล ผมได้ฟังก็อยากปั่นบ้างเพราะที่เราปั่นนั้น ปั่นระยะทางใกล้ ๆ อาศัยจำนวนรอบหลายรอบ จึงได้ระยะทางไกล สภาพของวิวก็ซ้ำ ๆ อยากไปไกล ๆ ดูบ้าง จึงขออาศัยไปเที่ยวกับลุงด้วย วันที่ไปกับทีมครั้งแรกเป็นวันเสาร์ ไปกันที่กาดหางดง แรก ๆ ตอนทุกคนมารวมกันกลุ่มก็ยังไม่ใหญ่ พอคนมาเยอาะเข้า ชักเริ่มเอะใจ เอ ทำไมมีแต่ผู้สูงอายุ เราเข้ากลุ่มผิดซะแล้วไหมนี่ แต่ไหน ๆ ก็ได้รับปากกับลุงเบี้ยวไว้แล้วว่าจะไปเที่ยวกับแก ก็จำเป็นต้องไปด้วย (ได้พูดไปแล้วไม่งั้นเสียคำพูดแย่) แต่หลังจากปั่นไปได้ซักพัก บรรยากาศเริ่มดีขึ้น เริ่มมีการพูดคุยกัน เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ ฟังดูก็เพลินดีเหมือนกัน มันเป็นประสบการณ์ที่สั่งสมของ ของคนอายุมากจำนวนหลายคน สามารถสรุปเป็นเรื่องราวให้เราได้ศึกษาในเวลา 2 ชั่วโมงในการปั่นจักรยาน นับเป็นการเดินทางที่คุ้มค่ามาก ทุกคนในกลุ่มคอยช่วยเหลือกัน ยางรั่วก็จอดช่วยกันเปลี่ยนบ้าง ปะบ้าง แวะเดินเที่ยวตลาด ดูทุกคนมีความสุขมาก จากที่เคยคิดจะเปลี่ยนกลุ่ม ผมต้องมาปั่นกับกลุ่มนี้ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ เวลาปั่นก็รั้งท้ายพวกลุง ๆ ตา ๆ เสมอ เพื่อที่ว่าเผื่อใครมีปัญหาจะได้ช่วยเหลือได้ ถือเป็นการตอบแทนบุญชู เอ้ย ตอบแทนบุญคุณที่พวกคุณตา ได้เล่าเรื่องดี ๆ ให้ผมฟัง มาถึงตอนนี้ เช้าวันเสาร์ จะให้ไปปั่นกับกลุ่มอื่นก็คงไม่เอาแล้วครับ