“เพื่อความสุขเล็กน้อยก็ต้องลงทุน”
ในช่วงเริ่มแรกของการขี่จักรยานผมจะแต่งตัวธรรมดา ขี่ไปขี่มาก็เริ่มรู้สึกว่า เอ มันเจ็บก้นแฮะ เพราะเบาะจักรยานนี่เป็นแบบมาตรฐานที่ติดตั้งมากับจักรยานเลย ซึ่งขี่ไปนาน ๆ จะเกิดอาการเจ็บก้น วิธีแก้ก็คือ ไปซื้อเบาะใหม่ หรือใส่กางเกงปั่นจักรยาน ที่ฟิต ๆ เหมือนนักปั่นจักรยานหุ่นดี ๆ ที่เขาใส่กัน มันจะมีฟองน้ำรองก้นด้วย หรือซื้อเจลมาหุ้มเบาะ ซึ่งผมเลือกวิธีสุดท้าย ซื้อเจลหุ้มเบาะ 500 บาท ขี่ไปขี่มา ออกตอนเช้ามืด ก็กลัวจะถูกรถปิ๊กอัพ สอยเอาจึงติดไฟท้าย 300 ไฟหน้า 500 ผ่านไปไม่นาน เอ แล้วถ้าเราล้มหัวฟาดพื้นล่ะ เกิดเอ๋อขึ้นมานี่ทำยังไงดี ทำงานให้เจ้านายไม่ได้ แล้วจะหาเงินได้ไง คิดได้ดังนั้น เอ๊า ซื้อหมวก 800 บาท ผ่านไปไม่นาน (อีกครั้ง) ขี่ระยะทางไกล ๆ แล้วเกิดอาการที่เรียกว่ามือชา มีคนแนะนำให้หาถุงมือมาใส่ อืมมม ลองดู(วะ) ซื้อถุงมือ 450 บาท ก็ปรากฏว่าหายชาจริง (ของเค้าดีจริง) ไม่นานหลังจากนั้น เอ ปั่นไปก็สนุกดีนะ อุปกรณ์ป้องกันตัวก็มีแล้ว เอ๊ะ ถ้ายางรั่วล่ะ นั่นไงแก้ปัญหาได้ด้วยการ ซื้อที่ปะยางพกพา กับสูบลมแบบพกพา สนนราคารวมกันประมาณ 500 ผ่านไปไม่นาน (อีกสักครั้ง) รู้สึกว่ายังปั่นได้ไม่ดีเท่าไร ขนาดคนอายุ 40 ยังปั่นแซงเราหน้าตาเฉย แบบนี้ต้องหาตัวช่วย ต้องบรรไดแบบคลีทถึงจะช่วยได้ จะได้ปั่นได้สนุกขึ้น ทั้งปั่นทั้งดึง ต้องดีแน่เลย จัดไปบันไดแบบไม่แพงมาก 1200 บาท แต่เอ๊ะ บันไดนี่ต้องใช้คู่กับรองเท้าที่เป็นคลิทนี่นา เกิดมาไม่เคยซื้อเสื้อผ้าของใช้ราคาแพง ๆ เลย แค่เสื้่อตัวละ 400-500 คิดแล้วคิดอีก เอาน่าด้วยใจรัก ทุ่มสุดตัวสุดหัวใจ รองเท้าปั่นจักรยานแบบติดคลิทได้ จัดไป 2400 บาท
ทุ่มเทไปมากต้องปั่นให้มาก คิดว่ายังไงก็คุ้มค่า บางทีนะเสียให้หมออาจมากกว่านี้ก็ได้ ว่าแต่ตอนนี้ใครจะใจบุญบริจาคเงินค่าข้าวบ้างครับ -_-”
พฤษภาคม 11, 2009 ที่ 6:16 am |
ฮ่าๆๆๆๆๆ เหมือนกันเรยยยยย