“คนแปลกหน้าทักทาย”
ช่วงอาทิตย์แรก ๆ ของการขี่จักรยาน เจอเพื่อนร่วมทางที่มีวิถีชีวิตเหมือนกันอยู่หลายคน ทั้งที่เหมือนและแตกต่าง แต่ทุกคนที่ได้เจอล้วนแต่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น วันแรก ๆ ปั่นไปคนเดียวเงียบ ๆ เจอพี่คนหนึ่งแต่งกายเต็มชุดของคนขี่จักรยานขี่มาเทียบ ยิ้มให้แล้วมาทักทายด้วยคำง่าย ๆ “สวัสดีครับ” แล้วก็ขี่แซงไป ผมก็ทักทายตอบ “สวัสดีครับ” ไล่หลังไป วินาทีนั้นเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า รู้สึกดีจริง ๆ คนไม่รู้จักกันก็มาทัุกทายกันได้ อาจเป็นเพราะเรามีชะตาชีวิตบนหลังอานจักรยานเหมือนกัน จึงได้ทักทายกัน แล้วถ้าบนถนนสายเดียวกันล่ะ การทักทายกันก็น่าจะให้ความรู้สึกที่ดี ๆ แค่กล่าวคำว่า “สวัสดี” แค่นี้เอง ง่ายนิดเดียว
“ทักทายคนแปลกหน้า”
หลังจากโดนคนแปลกหน้าทักทายไปแล้วทำให้รู้สึกดี ก็เลยคิดจะทักทายคนแปลกหน้าบ้าง เขาอาจรู้สึกดีเหมือนกับที่เรารู้สึกก็ได้
พี่หนาน –> คนนี้หอบของพะรุงพะรัง ขี่จักรยาน ห้อยพระเต็มคอ เจอกันประมาณตี 5 กว่าทุกวัน แรก ๆ เป็นการทักทายกันที่ไม่ธรรมดา เพราะเราทักทายกันแค่การยกมือขึ้นเฉย ๆ แรก ๆ ผมกดกระดิ่ง แล้วก็ยกมือขึ้นธรรมดา แต่พี่หนานแก ยกมือขึ้นประมาณว่า ไฮ่ฮิตเลอร์ อาการประมาณนั้นเลย วันต่อมาผมก็เลยเอาบ้าง มันเลยกลายเป็นท่าทักทายสุดฮิตของเราสองคน (เท่ห์จริง ๆ ไฮ่ฮิตเลอร์)
คุณยายไท่เก็ก –> คนนี้เขาขี่จักรยานมารำมวยไท่เก็กทุกวัน เจอสวนกัน ผมก็ทักทายสวัสดีบ้าง ยิ้มให้บ้าง แกก็ทักทายคำเดิมตอบกลับประจำ (ไม่เคยเปลี่ยนคำเลยนะยาย) “ไงนักปั่น” อยากจะขอแก้ตัวเหมือนกันว่าผมไม่ใช่นักปั่นจักรยาน ผมเป็นแค่คนถีบจักรยานที่รักสุขภาพ เท่านั้นเอง
คุณตาวัย 73 –> สวมเสื้อนอกแขนยาวสีเหลือง ตราครองราชย์ 80 พรรษา ปั่นจักรยานแม่บ้านออกกำลังประจำ หลังสัมภาษณ์ก็ทราบคร่าว ๆ ว่าคุณตาเป็นคนลำปางย้ายมาอยู่กับลูกที่เชียงใหม่ เป็นอัมพฤกต์ที่มือ หมอก็แนะนำให้ออกกำลังกาย พอมาปั่นจักรยาน อาการก็ดีขึ้น (ดีใจที่จักรยานมีส่วนช่วยอีกหนึ่งชีวิต พลางนึกว่า เอเราจะปั่นได้ถึงอายุเท่าไรนะ)
ชมรมหิ่งห้อย –> กลุ่มนี้เป็นชมรมปั่นจักรยานกลุ่มใหญ่ประมาณ 10 กว่าชีวิต เจอกันครั้งแรก ที่หน้าศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม เกิดความรู้สึกอยากทักทายพวกเขาที่นั่งอยู่เป็นกลุ่ม “สวัสดีครับ” เสียง 10 กว่าเสียงตอบกลับมาทันที “สวัสดีครับ ค่ะ” เล่นเอาขนลุก น่ายินดีจริง ๆ
ชายไทยไม่ทราบชื่อ –> ปั่นจักรยานเหมือนกัน คนนี้ดูจะเป็นคนที่ทักทายกันแบบธรรมดาที่สุด บางวันก็ยิ้มให้กัน บางวันก็สวัสดีครับ
นักวิ่งแห่งเวียงกุมกาม –> พี่(น้า) นักวิ่ง ออกกำลังดูท่าทางแข็งแรงมาก ขณะที่เราปั่นจนลิ้นห้อย พูดคำว่าสวัสดีแทบไม่ไหว พี่แกยังพูดออกมาได้ตามปกติ น่านับถือ
นักบวชต่างศาสนา –> คนนี้เป็นนักบวชสัญชาติไหนสายไหนก็ไม่ทราบได้ นุ่งห่มเสื้อสีส้ม ยังกับดับเพลิง ไว้เคราเหมือนพระเยซู ทีแรกก็กะว่าจะไม่ทักทาย แต่คราวหลังคิดว่า เราควรขจัดอคติในใจออกไป ทักทายทุกคนบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ก็เลยลองกล่าวคำทักทาย “Hello” แทนที่นักบวชคนนั้นจะกล่าวคำ Hello ตอบ กลับยกมือสองมือขึ้นไหว้ แล้วพูดว่า “สวัสดีครับ” ชัดถ้อยชัดคำ ตั้งแต่นั้่นมาเจอกันทุกเช้าก็จะทักทายกันตลอด ผมต้องยกมือขึ้นพนมมือข้างเดียวด้วย (ปล่อยมือสองข้างไม่ได้เดี๋ยวล้ม) ทีแรกก็ดูสายตาคนอื่น เอ จะมองว่าเราเป็นตัวประหลาดไหม แต่มาคิดมาคิดไป ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าของเราก็เคยแสวงหาทางดับทุกข์ เคยเดินตามเส้นทางนี้เหมือนกัน เขาเดินตามรอยพระพุทธเจ้า ก็น่าจะให้เกียรติยกมือไหว้เขาด้วย คิดได้ดังนั้นก็สบายใจ
ถ้าใครเจอผมปั่นจักรยาน merida สีส้มสุดสวยช่วงเวลาระหว่าง ตี 5 ถึง 6 โมงเช้าบริเวณเวียงกุมกาม ทักทายได้ “สวัสดีครับ”
สิงหาคม 7, 2008 ที่ 2:50 am |
สวัสดีค่ะ
สิงหาคม 7, 2008 ที่ 3:37 am |
สวัสดีครับ แค่มีคนอ่าน แล้วมีคน post ตอบก็ดีใจมากแล้วครับ