ช่วงแรกของการได้จักรยานคันใหม่ ตอนกลับมาจากที่ทำงานต้องนั่งมองจักรยาน แบบว่า เห็นมันสวย ๆ จอดอยู่ แล้วอดไม่ได้อยากถีบ (แต่เห็นคนสวย ไม่ได้อยากถีบนะ) แต่ตอนเลิกงานนี่ รถรา มันวิ่งขวักไขว่เหลือเกิน เกรงว่าถ้าออกวิ่งตอนเย็นจะเอาชีวิตไปทิ้งซะเปล่า ๆ ก็เลยอดใจไว้พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาปั่นตอนตี 5 ดีกว่า ตอนนอนหลับก็รู้สึกตื่นเต้น ที่วันพรุ่งนี้จะได้ปั่นจักรยาน ตื่นเต้นอยู่ 2-3 อาทิตย์ ความรู้สึกตื่นเต้น ก็จางหายไป แต่สิ่งที่ยังเหลือก็คือ ความรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ปั่นจักรยาน
“สิ่งที่ขาดหาย”
เสียงโทรศัพท์จากเพื่อนดังขึ้น เฮ้ยว่างไหม เย็นนี้ไปก๊งกัน ? เหรอไม่ค่อยว่างเรามีนัดแล้วเย็นนี้
เพื่อน ๆ คงสงสัยว่าจู่ ๆ ทำไมช่วงนี้งานเยอาะจัง ที่จริงแล้ว นัดที่ว่านั้นคือการนอนแต่หัวค่ำ เพื่อที่จะได้ตื่นมาปั่นจักรยานตอนตี 5 ทุกวัน วันละประมาณ 20 กิโล งานสังสรรค์กับเพื่อนเริ่มหายไปทีละนิดทีละหน่อย จากที่เคยก๊งกันเกือบทุกอาทิตย์ เหลือเพียง เดือนละครั้ง หรือ บางทีก็น้อยกว่า
“ชีวิตเปลี่ยน”
ในเมื่อเที่ยวน้อยลง กินเหล้าน้อยลง ออกกำลัง สุขภาพเลยแข็งแรงมากขึ้น แน่นอน ก็น่าจะเก็บเงินได้มากขึ้ัน แต่ช่วงนี้ไม่แฮะ แล้วจะเขียนว่าทำไมถึงไม่ รู้แต่ว่าชีวิตเปลี่ยนแน่ จากที่เคยเป็นหวัด ไม่สบายทุกครั้งที่เปลี่ยนฤดูกาล กลับกลายเป็นคนแข็งแรง สุขภาพจิตดีขึ้น แข็งแรงขึ้น เมื่อก่อนขึ้นบรรได 3 ชั้นก็เกิดอาการเหนื่อยแล้ว เดี๋ยวนี้สบาย ๆ รู้สึกว่าคุ้มค่ามากกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ รู้สึกสมองโปรดโปร่ง ทำงานได้ดีขึ้น ปั่นจักรยานมีแต่ได้กับได้จริง ๆ